วัคซีนทางเลือกที่ไม่ได้เลือก
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on telegram
Telegram
Share on pinterest
Pinterest

ใช่แล้ววันนี้มาทำความรู้จักกับวัคซีนทางเลือกที่เราอาจไม่ได้เลือก แต่ไม่เสียหายอะไรที่เราจะเริ่มศึกษาและหาความรู้ประกอบการตัดสินใจ และนอกจากนี้เรายังพาเพื่อนๆไปสำรวจวัคซีนในประเทศไทย และผลข้างเคียงของวัคซีนแต่ละตัวอีกด้วย

วัคซีนทางเลือก

วัคซีนซิโนฟาร์ม (Sinopharm) โดยบริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด มีชื่อการค้าว่า COVILO โดยเป็นวัคซีนเชื้อตายเหมือนกับวัคซีนซิโนแวค ที่ได้รับการอนุมัติในภาวะฉุกเฉินจากองค์การอนามัยโลกเรียบร้อยแล้ว สามารถฉีดได้ตั้งแต่ผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป 

วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) มีชื่อว่า mRNA-1273 ซึ่ง mRNA เป็นเทคโนโลยีวัคซีนรูปแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อ ผลิตโดยบริษัท ModernaTX, Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยการฉีดนั้นต้องฉีดจำนวน 2 เข็มห่างกัน 1 เดือน หรือประมาณ 28 วัน และหลังจากได้รับครบ 2 โดส จะมีประสิทธิภาพ 94.1% ในการป้องกัน COVID-19 แนะนำสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson & Johnson) ผลิตโดยบริษัทยาของ Johnson & Johnson (J&J) เป็นวัคซีนชนิดที่ใช้อะดีโนไวรัสเป็นพาหะ เช่นเดียวกับวัคซีนแอสตราเซเนกา เพียงแต่ใช้สายพันธุ์ไวรัสที่ต่างกัน และเป็นวัคซีน ชนิดเดียวที่ฉีดเพียง 1 เข็มเท่านั้น  ซึ่งเหมาะกับผู้ชายที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และผู้หญิงที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากผู้หญิงที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปีจะมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (TTS)

แน่นอนว่าวัคซีนแต่ละตัวจะมีผลข้างเคียงด้วยกันทั้งสิน เพราะแต่ละบริษัทก็กำลังพยายามพัฒนาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด กลับมาที่ประเทศไทยของเราตอนนี้เริ่มฉีดวัคซีนแล้ว คือ วัคซีนซิโนแวค (Sinovac) และวัคซีนแอสตราเซเนกา (Astra Zeneca) 

  1. วัคซีนซิโนแวค (Sinovac) จากประเทศจีน วัคซีนชนิดนี้เป็นวัคซีนเชื้อตาย คือผลิตจากไวรัสที่ไม่มีชีวิตแล้ว จึงถือว่ามีความปลอดภัยสูง ซึ่งจากผลการทดลองพบว่าอาการข้างเคียงจากวัคซีนซิโนแวคส่วนใหญ่ไม่รุนแรง แต่ก็อาจจะมีบางกรณีที่เกิดการแพ้ในลักษณะเป็นอัมพฤกษ์ หรือลมพิษ ขึ้นได้ชั่วคราว ทั้งนี้ อย.ไทยให้การอนุมัติขึ้นทะเบียนวัคซีนชนิดนี้เรียบร้อยแล้ว โดยจะฉีดให้ในกลุ่มอายุ 18-59 ปีเท่านั้น
  2. วัคซีนแอสตราเซเนกา (Astra Zeneca) จากประเทศอังกฤษ และมีบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ของประเทศไทยร่วมผลิตด้วย วัคซีนชนิดนี้ เป็นการใช้ไวรัสอะดิโนที่ทำให้เกิดโรคในลิงชิมแปนซี มาดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อให้มีโปรตีนโคโรนาไวรัส ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายของมนุษย์สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาปกป้องเชื้อ Covid-19 ได้ แต่ก็จะทำให้เกิดผลข้างเคียงได้มากกว่าวัคซีนเชื้อตายอย่างซิโนแวค โดยมักจะพบในผู้มีอายุน้อยมากกว่าวัยผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ

แน่นอนว่าข้อจำกัดของวัคซีนแต่ละชนิดยังมีผลข้างเคียง ดังนั้นเราจึงควรมีความเข้าใจว่าวัคซีนแต่ละชนิดเหมาะกับกลุ่มที่ต่างกัน แน่นอนว่าหากเราเลือกได้อย่างเสรีสิ่งเหล่านี้จะดีมากไม่น้อย ซึ่งอาการข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนจะแบ่งออกเป็น 2 กรณีด้วยกัน มาเริ่มกันที่

ผลข้างเคียงหลังจากฉีดวัคซีนโควิด
ผลข้างเคียงหลังจากฉีดวัคซีนโควิด-19

อาการที่สามารถคาดเดาได้

สำหรับอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ส่วนใหญ่จะไม่ส่งผลรุนแรงต่อร่างกาย ซึ่งอาการข้างเคียงชนิดไม่รุนแรงที่พบ ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายได้ภายใน 1-2 วัน ได้แก่ 

  • อาการปวด บวม แดง ร้อน คัน หรือปวดกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดวัคซีน ประมาณ 1-2 วัน
  •  ครั่นเนื้อครั่นตัว มีไข้ต่ำๆ ปวดศีรษะ สามารถกินยาลดไข้ได้ตามปกติ และนอนพักให้มากๆ
  • อาการคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ได้ในบางราย  

อาการที่ไม่สามารถคาดเดาได้

เป็นอาการแพ้รุนแรง ซึ่งโดยปกติแล้วหลังจากการเข้ารับวัคซีนจะมีการให้เฝ้าระวังอาการอยู่ในสถานที่นั้นๆต่อไปอีกประมาณ 30 นาที และอาการแพ้รุนแรงก็มักจะเกิดภายใน 15 นาทีแรก แต่อย่างไรก็ตามหลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 ก็ยังควรเฝ้าสังเกตอาการตัวเองต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะถ้าหากคุณมีอาการรุนแรง ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด หรือโทรแจ้งสายด่วน 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ได้แก่อาการดังต่อไปนี้

  • มีไข้สูงมาก ใจสั่น หนาวสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก
  • ปวดศีรษะรุนแรง หมดสติ
  • หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว ชัก กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดข้อ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรง
  • มีจุดเลือดออกจำนวนมาก ผื่นขึ้นทั้งตัว ตุ่มน้ำพอง หรือมีอาการบวม เช่น หน้าบวม คอบวม บวมทั่วร่างกาย
  • อาเจียนไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง
  • ท้องเสียอย่างรุนแรง

หากกำลังจะฉีดวัคซีนข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการดูแลตัวเองเพื่อสังเกตผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีน และดูแลคนใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคน

อ้างอิงข้อมูลจาก :  เว็บไซต์ กรมควบคุมโรค, คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล, Bangkok Hospital

Scroll to Top