วัคซีนในไทยตอนนี้ มีอะไรบ้าง? และ แต่ละช่วงวัย เหมาะกับวัคซีนตัวไหน? มาดูกัน!

0
12

แน่นอนว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 ไม่ว่าจะยี่ห้ออะไร ย่อมดีกว่าการไม่ฉีดอย่างแน่นอน (อย่างน้อยก็กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ความรุนแรงของอาการลดลงได้พอสมควร) แต่การพิจารณาเลือกฉีดวัคซีน ให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัยก็ถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน บทความนี้จึงขอรวบรวมข้อมูลมาบอกต่อทุกท่าน ว่า ณ ขณะนี้ ในไทยมีวัคซีนอะไรบ้าง? และวัคซีนตัวไหนเหมาะกับช่วงวัยไหน? เพื่อเป็นประโยชน์ในการเลือกวัคซีนโควิด-19 ของท่านต่อไป

วัคซีนในไทยที่ปัจจุบันผ่านการรับรองโดยอย.แล้ว

เชื่อว่า หลายท่านคงจะมีรายชื่อวัคซีนโควิด-19 ที่คุ้นหูเพียงแค่ 2 ตัวเท่านั้น คือ แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) และ ซิโนแวค (Sinovac) เนื่องจาก เป็น 2 ตัวแรกที่รัฐบาลสั่งซื้อ เพื่อนำมาฉีดให้แก่ประชาชนชาวไทย และผ่านการรับรองโดยอย. ไทยเรียบร้อยแล้ว แต่ปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้ของไทยจะมีมากกว่า 2 ตัวนี้ ได้แก่

1) แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca)

วัคซีนแบบ Recombinant viral vector จากสหราชอาณาจักร ผ่านการนำเข้าโดย บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศ ไทย) จำกัด มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อกว่า 76% และป้องกันการเสียชีวิต 100%

ผลข้างเคียง : หากพบอาการปวดหัวรุนแรง ตาพร่ามัว เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ขาบวม ปวดท้องอย่างต่อเนื่อง มีจุดเลือดออกที่ผิวหนัง ต้องรีบพบแพทย์ทันที นอกจากนี้ สำนักงานการแพทย์ยุโรป (EMA) ยังเปิดเผยว่า มีความเชื่อมโยงกับภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

เหมาะกับอายุ 18 ปีขึ้นไป (ปัจจุบัน กำลังทดลองในกลุ่มเด็ก 6-17 ปี แต่ยังไม่มีรายงานเพิ่มเติม)

2) ซิโนแวค (Sinovac)

วัคซีนแบบ Inactivated จากประเทศจีน ผ่านการนำเข้าโดย บริษัท องค์การเภสัชกรรม (อภ.) มีประสิทธิภาพ 51% และป้องกันเสียชีวิตได้ 100%

ผลข้างเคียง : ผลข้างเคียงทั่วไป เช่น ไข้ ปวดเมื่อย หนาวสั่น เป็นต้น แต่ยังไม่มีรายงานเรื่องผลข้างเคียงรุนแรง

เหมาะกับอายุ 18-59 ปี (หากผู้มีอายุเกินกว่า 60 ปี มีสุขภาพดี ก็สามารถประเมินให้ฉีดได้)

3) จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson)

FILE PHOTO: A vial of the Johnson & Johnson’s coronavirus disease (COVID-19) vaccine is seen at Northwell Health’s South Shore University Hospital in Bay Shore, New York, U.S., March 3, 2021. REUTERS/Shannon Stapleton/File Photo

วัคซีนแบบ Recombinant viral vector จาก สหรัฐอเมริกา ผ่านการนำเข้าโดย บริษัท แจนเซ่น-ซีแลก จำกัด มีประสิทธิภาพ เฉลี่ย 66% ป้องกันการเสียชีวิตได้ 85%

ผลข้างเคียง : อาจมีอาการข้างเคียงทั่วไป และรุนแรงถึงขั้นเกิดลิ่มเลือดอุดตัน จนเกิดการเสนอให้หยุดฉีดชั่วคราว

เหมาะกับอายุ 18 ปีขึ้นไป

4) โมเดอร์นา (Moderna)

วัคซีนแบบ mRNA จากสหรัฐอเมริกา ผ่านการนำเข้าโดย บริษัท ซิลลิคฟาร์มา จำกัด มีประสิทธิภาพ เฉลี่ย 94.1% ป้องกันการเสียชีวิตได้ 100%

ผลข้างเคียง : อาจมีอาการข้างเคียงทั่วไป เช่น อ่อนเพลีย มีไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว เป็นต้น แต่ยังไม่พบรายงานผลข้างเคียงรุนแรง

เหมาะกับอายุ 18 ปีขึ้นไป (อยู่ในระหว่างยื่นรายงานผลการทดลองในกลุ่ม 12-17 ปี และกำลังเริ่มการทดลองในกลุ่ม 6 เดือน -11 ปี)

5) ซิโนฟาร์ม (Sinopharm)

วัคซีนแบบ Inactivated จากจีน นำเข้าโดย บริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด มีประสิทธิภาพโดยรวมประมาณ 79%

ผลข้างเคียง : อาจมีอาการข้างเคียงทั่วไป ยังไม่พบอาการข้างเคียงรุนแรง

เหมาะกับอายุ 18 ปีขึ้นไป

วัคซีนที่รอการอนุมัติจากอย.

นอกจากวัคซีนทั้ง 5 ตัวที่เราได้กล่าวไปในข้างต้น ยังมีวัคซีนโควิด-19 ตัวอื่นที่รอการอนุมัติ โดยอ.ย. อีก 3 ตัวด้วยกัน ได้แก่

1) ไฟเซอร์ (Pfizer) มีประสิทธิภาพ 95% ป้องกันการเสียชีวิตได้ 100% เหมาะกับอายุ 18 ปีขึ้นไป (ปัจจุบัน แคนาดา และสหรัฐอเมริกา อนุมัติให้ใช้กับเด็ก 12-15 ปีด้วย)

2) สปุตนิก วี (Sputnik V) มีประสิทธิภาพโดยรวม 91.6% เหมาะกับอายุ 18 ปีขึ้นไป

3) ภารัต ไบโอเทค (Bharat Biotech) มีประสิทธิภาพ 80.6% และป้องกันการเสียชีวิตได้ 100% เหมาะกับอายุ 18 ปีขึ้นไป เช่นกัน

ทำไมวัคซีนโควิด-19 ส่วนใหญ่ถึงฉีดให้คนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น?

เหตุผลหลักคือ การพัฒนาวัคซีนโควิด-19 เป็นไปอย่างเร่งรีบ จึงต้องเร่งพัฒนาและฉีดให้กลุ่มคนที่เสี่ยงติดเชื้อและอาจเป็นอันตรายมากกว่า อย่างกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ส่วนกลุ่มเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งพบว่า มีโอกาสติดน้อยกว่า และอาการไม่รุนแรง จะเริ่มมีการศึกษาและทำการฉีดให้ทั่วไป ประมาณปลายปี 2564 -2565

ผู้ที่มีอาการป่วยเรื้อรัง และ หญิงตั้งครรภ์ ควรฉีดวัคซีนโควิด ตัวไหนดี?

สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยเรื้อรัง แพทย์จะมีการประเมินในเรื่องของอาการว่า มีภาวะคงที่หรือไม่? ใช้ยาตัวไหน ในปริมาณเท่าไหร่อยู่บ้าง? รวมถึง เคยมีประวัติแพ้ยาแอนาฟิแล็กซิสจากวัคซีนอื่นมาก่อน หรือไม่? เพื่อให้แพทย์จัดสรร เลือกวัคซีนที่เหมาะสม และช่วงเวลาที่ร่างกายพร้อมเข้ารับการฉีดวัคซีนต่อไป

ส่วนผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีประจำเดือน หรือทานยาคุมอยู่ สามารถฉีดได้ แต่แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด และหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ควรมีอายุครรภ์มากกว่า 12 เดือน ขึ้นไป เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย ส่วนวัคซีนโควิดที่แนะนำ ได้แก่ ไฟเซอร์ และ โมเดอร์นา เนื่องจากข้อมูลของทางสหรัฐอเมริกา เผยว่า เป็น 2 ตัวเลือกที่สตรีมีครรภ์นิยมมากที่สุด และหญิงมีครรภ์กว่า 90,000 รายที่รับการฉีดไม่มีรายงานผลข้างเคียงที่น่ากังวลใจใดๆ

วัคซีนที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่แค่วัคซีนที่ฉีดได้เร็วที่สุด แต่ควรเป็นวัคซีนที่ทุกคนมีโอกาสได้เลือก ตามความเหมาะสมและความมั่นใจ เพื่อให้ประเทศและประชาชนคนไทยผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 นี้ไปด้วยกัน และที่สำคัญ อย่าลืมประเมินร่างกายและเตรียมตัวให้พร้อมตามข้อปฏิบัติที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน เพื่อลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ หากไม่มั่นใจหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ประการใด ควรปรึกษาแพทย์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

อ้างอิง :
https://www.medicalnewstoday.com/articles/global-covid-19-vaccine-summary-side-effects#Common-side-effects

https://covid-19.kapook.com/view241262.html

https://www.bbc.com/news/health-55045639

https://mgronline.com/qol/detail/9640000007364